‘มีค่า สตูดิโอ’ โปรดักชั่นน้องใหม่ที่ผันตัวจากคนสื่อ สู่บริษัทรับผลิตคอนเทนต์

อัปเดตเมื่อ 24 มิ.ย. 2563

มีค่า สตูดิโอ’ โปรดักชั่นน้องใหม่ที่ผันตัวจากคนสื่อ สู่บริษัทรับผลิต content



บริษัท ชื่อ มีค่า สตูดิโอ ที่ไม่ได้เปิดให้บริการสำหรับการเช่าสตูดิโอ ถ่ายภาพ แต่ มีค่า สตูดิโอ คือทีม โปรดักชั่น ที่เกิดจากการผันตัวของคนข่าว เพื่อก้าวมารับงานด้านผลิตสื่อ เพื่อประชาสัมพันธ์แบบครบวงจรในการรองรับธุรกิจที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย และต้องใช้แผนการตลาดในหลากหลายรูปแบบเพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย


จักริน เก้าพัฒนสกุล และ  กมลวรรณ โกวิทวงศา ผู้ร่วมก่อตั้ง มีค่า สตูดิโอ เล่าให้ฟังหลังบันทึกเทป รายการ รู้ก่อนล้ม ซึ่งเป็นรายการใหม่จากทางบริษัทที่จับมือ ร่วมกับ บริษัทเฒ่าแก่ใหม่ บริษัทที่ปรึกษาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับ sme ว่าการก้าวมาทำธุรกิจ มีค่า สตูดิโอ เป็นความตั้งใจแบบไม่ได้ตั้งใจ เพราะตอนแรกทั้งสองก็ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่กับวงการโทรทัศน์มาก่อน และมีอยู่วันหนึ่งได้เห็นภาพ ของคนข่าว ที่จะต้องตกงาน เกิดจากนโยบายของทางสถานี  ทำให้วันนั้นเกิดคำถามว่า ถ้าวันนี้เป็นชื่อของเราจะทำอย่างไรดี  ทั้งสองจึงได้มองหาอาชีพที่รองรับ  และสิ่งที่จะตอบโจทย์นั่นก็คือการ นำความรู้ด้านการทำข่าวมาผสมผสานไปกับความรู้ด้านโปรดักชั่นเฮาส์  จึงได้ทดลองเป็นฟรีแลนซ์และรับงานจากลูกค้ากลุ่มต่างๆ  จนวันหนึ่งธุรกิจเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ จากฟรีแลนซ์จึงต้องผันตัวเอง มาสู่การจดทะเบียนบริษัทแบบถูกกฏหมายเพื่อรับงานที่ใหญ่ขึ้น



มีค่า สตูดิโอ’ ชื่อนี้คุณกมลวรรณ อธิบายเพิ่มเติมว่า เนื่องจากระยะเวลาจากการรับงานฟรีแลนซ์มาประมาณ 2 ปี เราได้เห็นว่า เวลาที่ลูกค้า จ้างงาน  ลูกค้าจะมีความต้องการที่หลากหลายที่อยากได้ทีมที่ตอบโจทย์และอยู่ในงบประมาณที่สามารถควบคุมได้เช่น  ถ้าจะจ้างรับงานวีดีโอ 1 ตัว ลูกค้าก็จะถามเพิ่มเติมว่า มีถ่ายภาพนิ่ง มีทีมทำป้ายไวนิล หรือ ทีมแต่งหน้า หรือไม่เรามักจะตอบว่า “มีค่า” อยู่เสมอ นั่นจึงทำให้เราได้ชื่อนี้มาและเป็นจุดที่ทำให้เราต้องบริหารและจัดการงานให้ตอบโจทย์ตามงบประมาณที่ลูกค้าต้องการ ไม่ว่างานจะเป็นงานหลักร้อย หลักพัน ไปจนถึงหลักแสน รวมถึงคำว่ามีค่า ยังมีความหมายว่าผลงานที่ผลิตมีคุณค่าต่อลูกค้าอีกด้วย



จักริน เสริมขึ้นว่า การแข่งขันของตลาดนี้ มีการแข่งขันที่สูงมาก นอกเหนือจากบริษัทที่เป็น โปรดักชั่นเฮาส์เหมือนกันแล้ว ยังมีฟรีแลนซ์อีกมากมายที่เข้ามาแข่งขัน ดังนั้น การที่จะอยู่รอด คือ การหากลุ่มเป้าหมายของตัวเองให้เจอและวาง positioning ของตัวเองให้ถูกเพื่อตัดคู่แข่งทั้งตลาด ให้เหลือแค่คู่แข่งใน positioning เดียวกันและต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้รวมถึงต้องศึกษาตลาดอยู่ตลอด  เพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และตลาดก็เริ่มแคบลงเรื่อยๆ การรู้จัก เส้นทางและความต้องการของลูกค้าที่ชัด จะทำให้เรามองภาพและวางตำแหน่งทางการตลาดของเราได้ดีขึ้น



อ่านเพิ่มเติมได้ที่...https://www.naewna.com/relation/436671


" มีค่าสตูดิโอ "

*** ติดต่อสอบถามโทร. 082 429 1979

ดู 75 ครั้ง0 ความคิดเห็น