15 ความเข้าใจผิดที่ควรหลีกเลี่ยงในการทำ SEO

อัปเดตเมื่อ 6 มี.ค. 2564



คุณกำลังมองหาหนทางให้เว็บไซต์ของคุณไปปรากฏอยู่บนหน้าแรกของผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องใน Google อยู่หรือเปล่า? หรือ SEO ที่คุณทำอยู่จะทำให้ปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณเพิ่มสูงขึ้นในปีนี้ได้หรือไม่? หากคุณยังคิดไม่ออก วันนี้มีค่า สตูดิโอ ขอชวนให้ทุกคนมาสำรวจและทบทวนตัวเองกันดูว่า 15 ความเข้าใจผิดที่ควรหลีกเลี่ยงในการทำ SEO ข้อไหนที่คุณเคยทำหรือเคยเจอบ้าง เพื่อเป็นแนวทางให้คุณหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้และพัฒนาเว็บไซต์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น



1. ไม่สนใจลิสต์ ‘Google My Business’

Google My Business คือ เครื่องมือที่ช่วยให้คุณจัดการได้ว่าจะให้ธุรกิจในพื้นที่ของคุณปรากฏในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Google เช่น Maps และ Search อย่างไร ข้อผิดพลาดที่สำคัญอย่างหนึ่งของการทำ SEO คือการที่ไม่ได้อ้างถึงหรือจัดการลิสต์ Google My Business ให้เรียบร้อย นอกจากนั้น Google ยังคงให้ความสำคัญไปที่การค้นหา “พื้นที่ใกล้ฉัน” อย่างต่อเนื่อง โอกาสใหญ่ที่สุดเพียงครั้งเดียวสำหรับธุรกิจขนาดเล็กคือการอ้างอิงเรื่องสถานที่ เพียงแค่คุณให้ข้อมูลและตอบคำถามทั้งหมดที่เข้ามา


2. สนใจแต่ SEO ในเว็บไซต์เท่านั้น

ธุรกิจส่วนใหญ่ยังเชื่อว่า SEO จบในเว็บไซต์เท่านั้น การเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์ของคุณเป็นส่วนประกอบหลักสำหรับการจัดลำดับเว็บไซต์ก็จริง แต่คุณก็ไม่สามารถมองข้ามกลยุทธ์ภายนอกเว็บไซต์ไปได้ นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทุกธุรกิจจะต้องสร้างการมีส่วนร่วมในเนื้อหาสำหรับเว็บไซต์อื่นๆ จัดสรรเวลาในทุกๆ เดือนให้มีการวาง content บนเว็บไซต์ที่มีลิงก์มายังเว็บไซต์ของคุณ


3. มองไม่เห็นชื่อเพจและส่วนอธิบายเนื้อหา

บ่อยครั้ง เว็บไซต์มีคำว่า “Home” เป็นชื่อหน้า ให้ทำการแก้ไขชื่อของหน้านี้เป็นชื่อเว็บไซต์และเพิ่มส่วนอธิบายเนื้อหาที่เข้าใจง่ายเพื่อให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์มีความเข้าใจที่ถูกต้อง และยังสำคัญมากต่อการทำ SEO โดยปกติแล้วระบบจัดการ content เว็บไซต์ส่วนมากสามารถเปลี่ยนแปลงส่วนอธิบายเนื้อหานี้สิ่งนี้ได้อยู่แล้ว แต่มักจะถูกมองข้ามไป


4. ไม่ดำเนินการตรวจสอบเว็บไซต์ตามปกติ

การตรวจสอบเว็บไซต์อย่างรอบคอบเป็นหนทางสู่การพัฒนาเว็บไซต์ การตรวจสอบควรมุ่งไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพของ search engine ว่ามีความสะดวกต่อผู้ใช้ไหม, ความเร็วในการโหลด, ขั้นตอนการชำระเงิน, คุณภาพเนื้อหา และอื่นๆ อีกมากมาย



5. ออกจากโครงสร้าง URL เดิมเมื่อมีการออกแบบเว็บไซต์ใหม่

ความผิดพลาดทั่วไปที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงบน SEO มาจากการปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่โดยที่ไม่เปลี่ยนเส้นทางจาก URL เดิมไปยังอันใหม่ หากคุณเปลี่ยน URL ของเพจที่มีการซื้อขายสูงไปแล้วแต่ยังไม่ได้เปลี่ยน URL Google จะไม่รู้ว่าต้องส่งผู้ค้นหาให้ไปที่ไหน และคุณจะสูญเสียการถึงเว็บไซต์ไป


6. วางข้อความที่สำคัญลงในรูปภาพมากกว่าบนเพจ

มันง่ายกว่าที่จะทำ content ให้ดูสวยในรูปแทนการใส่เอฟเฟกต์รอบๆ ตัวหนังสือ แต่ปัญหาก็คืออัลกอริทึ่มค้นหาจากตัวหนังสือและไม่สามารถอ่านตัวหนังสือภายในรูปภาพได้ เพราะฉะนั้น content จึงเป็นหัวใจสำคัญ นอกจากนี้แล้ว คุณยังต้องใช้คำเพื่อจัดทำเป็นหมวดหมู่และการเชื่อมโยงต่างๆ ภายในเว็บไซต์อีกด้วย


7. ไม่เพิ่มเนื้อหาที่ทันเหตุการณ์หรือมีประโยชน์

บางธุรกิจไม่มีบล็อกบนเว็บไซต์ หรืออาจมีแต่ content ไม่ได้มีประโยชน์ต่อผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เท่าที่ควร ดังนั้น ทำให้แน่ใจว่าคุณได้จัดทำ content ได้อย่างครอบคลุมและแทรก keyword หรือคำถามที่พบบ่อยจากผู้เยี่ยมชมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่สูงขึ้นและเกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น


8. ซื้อ Backlink (ลิงก์ที่เชื่องโยงจากเว็บไซต์อื่นๆ ให้ลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์ของเรา)

ถ้าคุณกำลังซื้อ backlinks โดยที่คุณไม่รู้ว่าคุณกำลังซื้อจากเว็บไซต์ที่ถูกตั้งค่าสถานะซึ่ง Google ไม่ชอบ วันนี้ คุณต้องเริ่มต้นการซื้อ backlinks โดยให้ลิงก์ของคุณไปปรากฏบนเว็บไซต์ที่มีกำลังสูงและมีปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ



9. สร้างคอนเทนต์เฉพาะสำหรับอัลกอริทึ่ม

หยุดสร้างสำหรับอัลกอริทึ่ม แต่ให้ใส่กลยุทธ์ลงใน content ที่เป็นภาพใหญ่เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญแก่คุณ ทั้งยังผลักดันความสนใจของเป้าเหมายตามที่คุณต้องการ


10. ล้มเหลวในเทรนด์ SEO

ในขณะที่โลกของ SEO กำลังเปลี่ยนไป ข้อผิดพลาดอันดับ 1 ที่ธุรกิจขนาดเล็กทำคือติดอยู่กับกลยุทธ์การตลาดด้วย SEO แบบเดิมๆ โดยเทรนด์แล้ว อย่างเช่นการใข้เสียงค้นหา (voice search) ที่ได้รับช่วงต่อจากเกมการตลาดดิจิทัล เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทำให้มั่นใจอยู่เสมอว่าธุรกิจของจะคุณถูกค้นหาและถูกพบได้ผ่านทุกช่องทางออนไลน์


11. การทำเว็บไซต์แบบลวกๆ

การจ้างลูกพี่ลูกน้องผู้ที่ “เก่งคอมพิวเตอร์” ที่สามารถสร้างเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็วและราคาถูกอาจดูเหมือนเป็นความคิดที่ดี แต่มันอาจเป็นค่าใช้จ่ายที่แพงมากในการจัดอันดับ SEO เนื้อหาในเว็บไซต์, ข้อมูลสารสนเทศ, ชื่อเพจ และการนำทาง ทั้งหมดเป็นสิ่งสำคัญต่อ SEO ที่ธุรกิจขนาดเล็กควรคิดซ้ำๆ แทนที่จะทำเว็บไซต์อย่างลวกๆ


12. ทำให้ SEO เป็นงานครั้งเดียว

หลายๆ คนฝังใจว่าการเพิ่มประสิทธิภาพทางเทคนิคในปริมาณที่เหมาะสมจะทำให้เว็บไซต์ของพวกเขาประสบความสำเร็จกับการทำ SEO ได้อย่างถาวร แต่ที่จริงแล้วธุรกิจขนาดเล็กควรขยาย content ในเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับ content ที่มีความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากผลตอบรับกับรีวิวของผู้ใช้งานได้อีกด้วย


13. การยัดเยียด keyword ลงในงานเขียนของคุณ

บ่อยครั้ง อาจมีการพยายามแทรกคำหรือวบีลงไปในเว็บเพจหรือ content ทางการตลาด มันทำให้ดูเหมือนพวกเขาพยายามมากเกินไป ดังนั้น คุณควรโฟกัสไปที่การพูดถึงความต้องการของลูกค้าด้วยความรอบคอบและยังเกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ และใช้ SEO แทน



14. ไม่ได้สำรวจคำถามของลูกค้า

คำถามประเภทไหนที่เป็นสาเหตุของการเสิร์ชหา keyword ของคุณ? คำตอบอะไรที่ผู้เข้าชมต้องการทราบก่อนที่พวกเขาจะรู้สึกวางใจที่จะซื้อจากคุณ? ลองหาสิ่งที่มีคนถามและค้นหาสิ่งที่เกี่ยวข้องจากผลการค้นหาที่มีความเกี่ยวข้องกับ keyword ของคุณ และใช้ตัวช่วยอย่างการตอบคำถามแล้วเผยแพร่สู่สาธารณะ


15. ขาดคำสำคัญเฉพาะของกลุ่มเป้าหมาย

ในแต่ละหน้าควรมี keyword ของกลุ่มเป้าหมายเป็นการเฉพาะ และควรจะนำมาผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติใน URL, หัวเรื่อง, content ฯลฯ เพราะเว็บไซต์ที่สวยงามเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าคุณต้องการให้คนค้นหาเว็บไซต์ของคุณ คุณไม่ควรเพิกเฉยกับเรื่อง content การปรับ วิธีคิด content อย่างง่ายๆ สามารถทำให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่ออันดับและปริมาณการเข้าชมได้


ขอบคุณที่มา : https://www.socialmediatoday.com



#มีค่าสตูดิโอ #mekhastudio #มีงานจ้างได้ #content #คอนเทนต์ #วิธีคิดคอนเทนต์ #SEO #เว็บไซต์ #website #URL #คีย์เวิร์ด #keyword #backlink #อัลกอริทึ่ม #algorithm #ลูกค้า #customer #โฆษณา #ออนไลน์ #online #การสื่อสาร#communication

ดู 26 ครั้ง0 ความคิดเห็น